เจาะลึก! มาตรฐาน มอก. คุณสมบัติแผ่นหลังคาเหล็กที่ดี ควรมีอะไรบ้าง
- Sangthai Metalsheet

- 22 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

การลงทุนทำหลังคาใหม่ทั้งหลัง ไม่ว่าจะเป็น บ้านพักอาศัย โรงงาน หรือโกดังเก็บสินค้า ถือเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและทรัพย์สินไปอีกหลายสิบปี แต่ปัญหาที่ผู้ประกอบการหลายคนเจอคือ
เมื่อเดินเข้าไปหาข้อมูลหรือสอบถามราคาตามร้านเมทัลชีทต่าง ๆ กลับพบว่าราคาแผ่นหลังคาเหล็กในตลาดมีช่วงราคาที่ต่างกันมาก ทั้งที่ดูเหมือนจะเป็นแผ่นเหล็กแบบเดียวกัน จนสงสัยว่าทำไมราคาต่างกันขนาดนี้ ของถูกกับของแพงต่างกันตรงไหน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแผ่นไหนคุ้มค่าและปลอดภัยจริง
ซึ่งความลับจะอยู่ที่ มาตรฐาน มอก. นี่แหละเป็นตัวกำหนด ดังนั้นบทความนี้ แสงไทยเมทัลชีท จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่ามาตรฐาน มอก. ของแผ่นหลังคาเหล็กคืออะไร มีเกณฑ์อะไรที่ต้องรู้บ้าง พร้อมคุณสมบัติสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อแผ่นหลังคาได้อย่างมั่นใจ ไม่ถูกหลอกด้วยราคาถูกแต่ด้อยคุณภาพ
ทำไมมาตรฐาน มอก. ถึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้?
หลังคาเป็นเกราะป้องกันชั้นแรกที่รับแรงปะทะจากแดด ฝน และพายุตลอดทั้งปี หากเลือกใช้แผ่นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัญหาที่ตามมามักไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เช่น
แผ่นหลังคาเป็นสนิมเร็วกว่าที่ควร เพราะชั้นเคลือบกันสนิมบางเกินไป
ความหนาของแผ่นเหล็กไม่ตรงสเปกที่แจ้งไว้ ทำให้พับงอหรือยุบตัวง่าย
เมื่อเจอพายุลมแรง แผ่นหลังคาปลิวหรือฉีกขาด เพราะใช้เหล็กเกรดรับแรงดึงต่ำ
สีเคลือบซีดจางและหลุดล่อนเร็ว ทำให้อาคารดูเก่าก่อนเวลา
ความเสียหายเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่เรื่องความสวยงาม แต่ยังหมายถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมซ้ำซ้อน ความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของคนในอาคาร และในกรณีของโรงงานหรือโกดัง อาจหมายถึงความเสียหายต่อสต็อกสินค้าและเครื่องจักรมูลค่าหลักแสนถึงหลักล้านบาท
นี่แหละเหตุผลที่ทำให้ มาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อควบคุมคุณภาพแผ่นเหล็กมุงหลังคา ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เป็นเกณฑ์กลางที่ผู้ซื้อสามารถใช้อ้างอิงได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเพียงคำโฆษณาของผู้ขายเพียงอย่างเดียว
4 ตัวย่อควรรู้! อ่านบทความนี้เข้าใจง่ายขึ้นทันที
ก่อนไปเจาะลึกมาตรฐาน มอก. มาทำความรู้จักกับตัวย่อสำคัญบนแผ่นเมทัลชีทที่เจ้าของบ้านและผู้ประกอบการควรรู้กันก่อนครับ:
BMT (Base Metal Thickness): ความหนาของเนื้อเหล็กล้วน ๆ ก่อนที่จะนำไปเคลือบสารกันสนิมหรือเคลือบสี
TCT (Total Coated Thickness): ความหนารวมทั้งหมดของแผ่นหลังคา หลังจากที่เคลือบสารกันสนิมและเคลือบสีเรียบร้อยแล้ว
AZ (Aluzinc / Aluminum Zinc Coating): สัญลักษณ์บอกปริมาณสารเคลือบกันสนิม (อะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี) ยิ่งตัวเลขเยอะยิ่งทน เช่น AZ150 หมายถึงมีสารเคลือบ 150 กรัมต่อตารางเมตร
G550 (Grade 550): เกรดความแข็งแกร่งของเนื้อเหล็กกล้า มีกำลังรับแรงดึงสูง เหมาะสำหรับทำแผ่นหลังคาหลักเพื่อต้านทานแรงลมพายุ
มาตรฐาน มอก. ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นหลังคาเหล็ก มีอะไรบ้าง?

แผ่นหลังคาเหล็กที่มีคุณภาพและวางใจได้ในประเทศไทย จะต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหลัก ๆ ดังนี้
1. มอก. 1128-2562 (มาตรฐานแผ่นเหล็กมุงหลังคา)
เป็นมาตรฐานเวอร์ชันล่าสุดที่ยกระดับคุณภาพขึ้นมาให้เทียบเท่าสากล ควบคุมคุณภาพของแผ่นหลังคาที่ผ่านการขึ้นรูปเป็นลอนแล้ว ทั้งในเรื่องความแข็งแรง ความทนทาน และระบบการเคลือบผิวเพื่อป้องกันสนิมกัดกร่อน
2. มอก. 2228-2565
มาตรฐานสำหรับแผ่นเหล็กกล้าทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี ในรูปแบบไม่เคลือบสี ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นทางก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นแผ่นหลังคา
3. มอก. 2753-2567
มาตรฐานสำหรับแผ่นเหล็กกล้าชุบเคลือบผิวที่นำมาเคลือบสีทับอีกชั้น เพื่อเพิ่มความสวยงามและความทนทานต่อสภาพอากาศ
การที่แผ่นหลังคาเหล็กผ่านมาตรฐานทั้ง 3 ฉบับนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันว่าวัสดุได้รับการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ขั้นวัตถุดิบ ไปจนถึงขั้นตอนการเคลือบสีขั้นสุดท้าย
เจาะลึก 5 คุณสมบัติสำคัญของแผ่นหลังคาเหล็กที่ดี ตามมาตรฐาน มอก.

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่าการได้มาตรฐาน มอก. นั้นมีความหมายมากแค่ไหน ลองมาดูรายละเอียดเจาะลึกของคุณสมบัติสำคัญ 5 ข้อที่ควบคู่ไปกับหลักวิศวกรรมได้ดังนี้
1. ชั้นโลหะเคลือบกันสนิม (Coating Mass)
ความทนทานต่อสนิมของแผ่นหลังคาเหล็กขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคลือบผิว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้สารเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี หรือที่เรียกกันว่า Aluzinc
ตามมาตรฐาน มอก. 1128-2562 กำหนดให้หลังคาเหล็กที่ผลิตจากเหล็กชุบอะลูมิเนียมสังกะสี (GL) หรือเหล็กชุบอะลูมิเนียมสังกะสีทาสี (PPGL) ต้องเคลือบชั้นอะลูมิเนียมสังกะสีขั้นต่ำ AZ150 สำหรับเหล็กความหนาตั้งแต่ 0.35-4.00 มิลลิเมตร โดยตัวเลขนี้ระบุถึงปริมาณกรัมของสารเคลือบต่อตารางเมตร ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งหมายถึงชั้นเคลือบที่หนาและทนทานมากขึ้น
ข้อควรระวังสำคัญ
หากในตลาดมีสินค้าที่ระบุชั้นเคลือบต่ำกว่า AZ150 เช่น AZ70 หรือ AZ100 นั่นหมายความว่าสินค้านั้นไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่ มอก. 1128-2562 กำหนดไว้สำหรับหลังคาเหล็กกลุ่มอลูซิงค์
ซึ่งจะทำให้เหล็กเกิดสนิมได้ง่ายและผุกร่อนเร็วกว่าที่ควรเมื่อเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย ดังนั้นจึงควรตรวจสอบตัวเลขนี้ให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง
2. ความหนาของแผ่นเหล็กและการรับแรงดึง (Thickness & Grade)
แผ่นหลังคาเหล็กที่ดีจะต้องระบุความหนาที่ชัดเจน และผลิตจากเกรดเหล็กที่เหมาะสมกับการรับแรงลม โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นมาตรฐานทางวิศวกรรมที่ผู้ผลิตชั้นนำมักใช้อ้างอิงร่วมกับเกณฑ์ มอก. เพื่อยืนยันคุณภาพเชิงโครงสร้าง
ในด้านความหนา แผ่นหลังคาเหล็กสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปควรมีความหนาเนื้อเหล็กก่อนเคลือบ (BMT หรือ Base Metal Thickness) หรือความหนารวมเคลือบ (TCT หรือ Total Coated Thickness) อยู่ที่ 0.30-0.40 มิลลิเมตรขึ้นไป ตามคำแนะนำของแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรม
ส่วนในด้านเกรดเหล็ก นิยมใช้เกรด G550 หรือเหล็กกล้ากำลังดึงสูง ซึ่งมีกำลังรับแรงดึงจุดประลัยไม่ต่ำกว่า 550 เมกะพาสคัล (MPa) เพื่อให้แผ่นหลังคามีความแข็งแรง ไม่พับหรือบิดงอง่ายเมื่อโดนพายุพัด โดยเกรด G550 นี้เป็นมาตรฐานสากล (อ้างอิงตามมาตรฐานออสเตรเลีย AS1397)
ที่ผู้ผลิตหลังคาเหล็กคุณภาพสูงในไทยนิยมใช้ควบคู่ไปกับการรับรองมาตรฐาน มอก. ไม่แนะนำให้เลือกใช้เหล็กเกรดทั่วไปอย่าง G300 ซึ่งเหมาะกับงานแผ่นครอบมากกว่าการทำเป็นแผ่นหลังคาหลัก
3. การทดสอบความทนทานละอองน้ำเกลือ (Salt Spray Test)
จุดเด่นสำคัญของมาตรฐาน มอก. 1128 เวอร์ชันใหม่ จะอยู่ที่เรื่องของข้อกำหนดในการทดสอบความทนละอองน้ำเกลือ อย่างน้อย 500 ชั่วโมง
มาตรฐานใหม่นี้บังคับให้ทดสอบกับแผ่นหลังคาเหล็กที่ผ่านการขึ้นรูปลอนแล้ว ไม่ใช่แผ่นเรียบก่อนขึ้นรูปเหมือนมาตรฐานเดิม โดยเกณฑ์การผ่านการทดสอบคือบริเวณรอยพับ รอยดัด หรือสันลอน ต้องไม่เกิดสนิมแดง เพื่อรับประกันว่าขั้นตอนการรีดขึ้นรูปของโรงงานไม่ได้ทำลายสารเคลือบผิวกันสนิมที่มีอยู่เดิม
4. ชั้นเคลือบสีทนทานต่อรังสี UV
หากเลือกใช้แผ่นหลังคาเหล็กแบบเคลือบสี (Prepainted Steel) ควรพิจารณาคุณสมบัติเพิ่มเติมนอกเหนือจากความสวยงาม เช่น
ชั้นสีต้องทนแดดจัด
ไม่ซีดจางหรือหลุดล่อนเป็นผงได้ง่าย
และสีทาหลังคาชั้นนำมักมีเทคโนโลยีสะท้อนรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ (Solar Reflectance Index หรือ SRI) ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านหรืออาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. ตราสัญลักษณ์และเลขที่มาตรฐานที่ตรวจสอบได้
คุณสมบัติทั้ง 4 ข้อข้างต้นจะไม่มีความหมายเลย หากไม่มีหลักฐานยืนยันที่ตรวจสอบได้ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้ง ควรสังเกตตราสัญลักษณ์ มาตรฐาน มอก. พร้อมเลขที่มาตรฐาน และชื่อผู้ผลิต ที่พิมพ์ไว้อย่างชัดเจนบริเวณใต้ท้องแผ่นหลังคาเหล็ก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะได้วัสดุที่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินในระยะยาว
ตารางเปรียบเทียบ แผ่นหลังคาเหล็กมาตรฐาน มอก. vs เกรดทั่วไป
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในการเลือกซื้อ สามารถสรุปและเปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง แผ่นหลังคาเหล็กมาตรฐาน มอก. กับเกรดทั่วไปได้ดังนี้
คุณสมบัติ | แผ่นหลังคาเหล็ก มาตรฐาน มอก. | แผ่นหลังคาเหล็ก เกรดทั่วไปหรือไม่ผ่านเกณฑ์ |
การป้องกันสนิม | เคลือบสาร Aluzinc ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ AZ150 ทนทานสูง | สารเคลือบบาง (เช่น AZ70-AZ100) ต่ำกว่ามาตรฐาน เกิดสนิมแดงเร็ว |
ความหนาของแผ่น | ระบุตรงตามสเปก โครงสร้างแข็งแรง ไม่ยุบตัวง่าย | แผ่นบางเกินไป หรือความหนาไม่สม่ำเสมอ พับง่าย |
การทนแรงลมพายุ | ใช้เหล็กแรงดึงสูง (เช่น เกรด G550) ปลอดภัยต่อโครงสร้าง | ใช้เหล็กเกรดต่ำ แผ่นมักหลุดปลิวหรือฉีกขาดเมื่อมีพายุ |
ความคงทนของสี | ผ่านมาตรฐาน มอก. 2753 สีติดแน่น ไม่หลุดล่อนง่าย | สีซีดจางเร็ว หลุดล่อนเป็นผงหลังจากโดนแดดจัด |
จากตารางจะเห็นได้ว่า ส่วนต่างของราคาที่ดูเหมือนจะช่วยเราประหยัดได้นั้น มันอาจกลายเป็นต้นทุนแฝงที่ต้องจ่ายเพิ่มในระยะยาว ตั้งแต่ค่าซ่อมแซม ค่าเปลี่ยนแผ่นใหม่ ไปจนถึงการแบกรับความเสี่ยงต่อความปลอดภัยที่ประเมินค่าไม่ได้
แสงไทยเมทัลชีท เหล็กคุณภาพจบที่ มอก.

เมื่อทราบถึงรายละเอียดเจาะลึกของมาตรฐาน มอก. กันไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณได้แผ่นหลังคาเหล็กที่ปลอดภัยและคุ้มค่าจริง ต้องเลือกผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่ใส่ใจในมาตรฐานเหล่านี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ติดป้ายโฆษณาไว้เฉย ๆ
ซึ่งที่ แสงไทยเมทัลชีท เราตระหนักถึงความกังวลของเจ้าของอาคารและผู้ประกอบการที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในการเลือกวัสดุ จึงมุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันงานหลังคาที่ตอบโจทย์อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด นำหน้าทุกความต้องการเมทัลชีท และยึดมั่นในหลักการที่ว่าเหล็กคุณภาพจบที่ มอก.
ด้วยบริการผลิต จัดจำหน่าย และรับติดตั้งหลังคาเมทัลชีท เราเลือกใช้เหล็กม้วนคุณภาพสูงที่ผ่านมาตรฐาน มอก. ทุกม้วน ผ่านการรีดขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย มั่นใจได้ในสัดส่วนลอนที่ได้มาตรฐาน ความหนาเต็มสเปกไม่ลดทอนคุณภาพ ชั้นเคลือบกันสนิมที่หนาแน่นสม่ำเสมอ และความแข็งแรงทางกลที่เหมาะสมกับการขึ้นรูป
ไม่ว่าคุณจะกำลังวางแผนสร้างอาคารใหม่ ต่อเติมโรงงาน หรือเปลี่ยนหลังคาเก่าให้แข็งแรงขึ้น แสงไทยเมทัลชีทพร้อมเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยแนะนำสเปกวัสดุที่ได้มาตรฐาน มอก. ให้ตรงกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับ มาตรฐาน มอก. ของแผ่นหลังคาเหล็ก
Q: แผ่นหลังคาเหล็กที่ไม่มีมาตรฐาน มอก. ใช้งานได้ไหม?
A: สามารถใช้งานได้ แต่มีความเสี่ยงสูงในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย เนื่องจากไม่มีการควบคุมมาตรฐานความหนา ชั้นเคลือบกันสนิม และความแข็งแรงทางกล ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสนิมเร็ว แผ่นพับงอ หรือปลิวเมื่อเจอพายุได้ง่ายกว่าแผ่นที่ผ่านมาตรฐาน
Q: วิธีตรวจสอบว่าแผ่นหลังคาเหล็กที่ซื้อมาเป็นของแท้ผ่านมาตรฐาน มอก. จริงหรือไม่?
A: ให้สังเกตตราสัญลักษณ์ มอก. พร้อมเลขที่มาตรฐานและชื่อผู้ผลิตที่พิมพ์ไว้อย่างชัดเจนบริเวณใต้ท้องแผ่น หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามใบรับรองมาตรฐานจากผู้ขายหรือผู้ผลิตโดยตรงเพื่อความมั่นใจ
Q: ชั้นเคลือบกันสนิมแบบ AZ70 กับ AZ150 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?
A: ตัวเลขหลัง AZ คือปริมาณกรัมของสารเคลือบต่อตารางเมตร ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งทนทานต่อสนิมมากขึ้น ตามมาตรฐาน มอก. 1128-2562 กำหนดให้หลังคาเหล็กกลุ่มอลูซิงค์ต้องเคลือบขั้นต่ำที่ AZ150
ดังนั้นสินค้าที่ระบุชั้นเคลือบต่ำกว่านี้ เช่น AZ70 จึงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสำหรับใช้เป็นหลังคา และไม่แนะนำให้เลือกใช้ หากเป็นพื้นที่ใกล้ทะเลหรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีไอสารเคมี อาจพิจารณาเลือกชั้นเคลือบที่สูงกว่า AZ150 เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น
Q: เกรดเหล็ก G550 ที่ระบุในมาตรฐาน มอก. สำคัญอย่างไร?
A: เกรด G550 หมายถึงเหล็กกล้าที่มีกำลังรับแรงดึงจุดประลัยไม่ต่ำกว่า 550 เมกะพาสคัล ซึ่งช่วยให้แผ่นหลังคามีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อแรงลมและพายุได้ดีกว่าเหล็กเกรดทั่วไปที่อาจมีค่าความแข็งแรงต่ำกว่ามาตรฐานนี้
สรุป
มาตรฐาน มอก. แผ่นหลังคาเหล็ก ไม่ใช่เพียงตราประทับสำหรับสร้างความน่าเชื่อถือทางการตลาด แต่คือเกณฑ์วัดคุณภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นเคลือบกันสนิม ความหนาของแผ่น เกรดเหล็กรับแรงดึง การทดสอบความทนทานละอองน้ำเกลือ ไปจนถึงความคงทนของสีเคลือบ ซึ่งทุกองค์ประกอบล้วนส่งผลต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของหลังคาในระยะยาว
ดังนั้น การเลือกแผ่นหลังคาเหล็กที่ผ่านมาตรฐาน มอก. จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยลดความเสี่ยงในการซ่อมแซมซ้ำซ้อน และปกป้องทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคุณได้อย่างแท้จริง
หากคุณกำลังมองหาแผ่นเมทัลชีทคุณภาพสูงมาตรฐาน มอก. เพื่อสร้างอาคารใหม่ ต่อเติมโรงงาน หรือเปลี่ยนหลังคาเดิมให้แข็งแรงขึ้น แค่ค้นหาร้านเมทัลชีทใกล้คุณ กับแสงไทยเมทัลชีทที่มีถึง 17 สาขา พร้อมให้คำปรึกษา แนะนำสเปกที่เหมาะสม และประเมินราคาได้ทันที
ที่มา
เลขที่ มอก. 2753-2567 จาก มาตรฐานผลิตอุตสาหกรรม (TISI)
เลขที่ มอก. 2228-2565 จาก มาตรฐานผลิตอุตสาหกรรม (TISI)
หากคุณอ่านคอนเทนต์ “เจาะลึก! มาตรฐานมอก. คุณสมบัติแผ่นหลังคาเหล็กที่ดี ควรมีอะไรบ้าง” แล้วรู้สึกชอบคอนเทนต์ของเราอย่าลืมกดติดตามคอนเทนต์ของเราดี ๆ ได้ที่
Facebook : Sangthai Metalsheet
สุดท้าย หากคุณกำลังมองหาแผ่นเมทัลชีทเพื่อต่อเติมบ้าน หรือ พัฒนาโปรเจกต์ต่าง ๆ
ติดต่อหาแสงไทยเมทัลชีท ได้ง่าย ๆ ตามช่องทางดังต่อไปนี้
LINE: @sangthaigroup
Call Center: 02-0249297
Website แสงไทยเมทัลชีท: https://www.sangthaimetalsheet.com
ดูสินค้าเมทัลชีท (Metalsheet) ทั้งหมด : https://www.sangthaimetalsheet.com/product







ความคิดเห็น