EPS Foam VS PU Foam ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้แบบไหนให้ตรงโจทย์
- Sangthai Metalsheet

- 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

เมื่อพูดถึงวัสดุยอดนิยมอย่าง EPS Foam และ PU Foam บ่อยครั้งผู้คนมักจะเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียง "โฟมกันความร้อน" ที่สามารถใช้งานทดแทนกันได้ทุกกรณี
แต่ในความเป็นจริง วัสดุทั้งสองประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับโจทย์ของแต่ละโปรเจกต์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหากเลือกไม่ถูกวัตถุประสงค์ของการใช้งาน ก็อาจจะเสียเวลา เสียทั้งเงินในระยะยาวได้
บทความนี้ แสงไทยเมทัลชีท จึงอยากจะพาทุกคนไปเจาะลึก เกี่ยวกับ EPS Foam และ PU Foam ให้มากขึ้น เพื่อให้คุณลูกค้าได้นำไปใช้เป็นเหตุผลสำหรับการหาตัวเลือกที่เหมาะสมในการลงทุนกับโปรเจกต์อาคารให้มากที่สุดกัน
รู้จัก EPS Foam ฉนวนน้ำหนักเบาเพื่องานอาคารทั่วไป

EPS Foam หรือ Expanded Polystyrene Foam คือแผ่นโฟมขาวที่ถูกผลิตจากเม็ดพลาสติกพอลิสไตรีน (Polystyrene) จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการให้ความร้อนด้วยไอน้ำ (Steam) จนเม็ดพลาสติกเกิดการขยายตัว (Expand) จากขนาดเดิมหลายสิบเท่า
ซึ่งโครงสร้างภายในของ EPS Foam ประกอบด้วยอากาศถึง 98% และเนื้อพลาสติกเพียง 2% โดยมีลักษณะเป็นโครงสร้างเซลล์ปิด (Closed-cell) ที่เกาะตัวกันอย่างหนาแน่น ทำให้มีคุณสมบัติโดดเด่นในด้านฉนวนกันความร้อนและมีน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษ
จุดเด่นสำคัญของ EPS Foam
เป็นฉนวนกันความร้อนสำหรับอาคารทั่วไป: EPS Foam มีค่าการนำความร้อนต่ำ ช่วยลดการถ่ายเทอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับบ้าน อาคารพาณิชย์ หรือโกดังสินค้า ที่ไม่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิระดับติดลบ
น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้าง: ช่วยลดน้ำหนักบรรทุก (Dead Load) ของอาคารได้อย่างมหาศาล ส่งผลให้ประหยัดต้นทุนการออกแบบโครงสร้างเหล็กและฐานราก
ติดตั้งและดัดแปลงง่าย: ตัดแต่งรูปทรงและเซาะร่องงานระบบได้รวดเร็ว ขนย้ายสะดวก ช่วยร่นระยะเวลาและลดค่าแรงในการก่อสร้าง
PU Foam ฉนวนกันความร้อนประสิทธิภาพสูงเพื่อโรงงานอุตสาหกรรม

สำหรับ PU Foam (Polyurethane Foam) อีกหนึ่งวัสดุโฟมกันความร้อนที่เกิดจากการผสมของเหลวทางเคมีเข้าด้วยกัน เมื่อฉีดพ่นออกมาจะเกิดการขยายตัวและเซตตัวแข็งกลายเป็นเนื้อโฟมที่มีความหนาแน่นสูงมาก
ซึ่งเนื้อโฟมด้านใน จะมีความละเอียดและเกาะตัวกันแน่นเป็นพิเศษ ทำให้มีประสิทธิภาพในการเป็นฉนวนที่เหนือกว่า และมีความแข็งแรงทนทานสูงกว่าโฟมทั่วไป
จุดเด่นสำคัญของ PU Foam
กันความร้อนและเก็บความเย็นได้ดีเยี่ยม: ป้องกันความร้อนจากภายนอกและรักษาอุณหภูมิภายในอาคารได้สูงมาก เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เช่น ห้องเย็น (Cold Storage) ห้องคลีนรูม หรือโรงงานแปรรูปอาหาร
น้ำหนักเบา แต่ทนทานแข็งแรง: แม้จะมีน้ำหนักเบา แต่เนื้อโฟมมีความแข็งในตัวสูง เมื่อนำมาขึ้นรูปเป็นผนังหรือหลังคา จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างอาคาร สามารถทนต่อแรงกดทับและแรงลมหน้างานได้ดี
มีรูปแบบการติดตั้งให้เลือกหลากหลาย เช่น
แบบแผ่นสำเร็จรูป (Sandwich Panel): เป็นแผ่นโฟมประกบด้วยแผ่นเหล็กสองด้าน ผลิตเสร็จจากโรงงาน ติดตั้งได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับการสร้างผนังหรือหลังคาอาคารใหม่
แบบพ่นหน้างาน (Spray PU Foam): เป็นการพ่นน้ำยาโฟมลงบนพื้นผิวโดยตรง ข้อดีคือเป็นเนื้อเดียวกันไม่มีรอยต่อ ป้องกันการรั่วซึมได้ 100% เหมาะสำหรับการพ่นใต้หลังคา หรือพ่นทับหลังคาโรงงานเก่าเพื่อกันความร้อนและอุดรอยรั่วโดยไม่ต้องรื้อถอน
เจาะลึกความแตกต่าง ตารางเปรียบเทียบ EPS Foam VS PU Foam
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนในการตัดสินใจเลือกใช้วัสดุ ทางแสงไทยได้สรุปความแตกต่างในมิติต่างๆ เพื่อเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อและนำไปใช้งานให้ตรงกับงบประมาณ
ปัจจัยหลักในการตัดสินใจ | แผ่น EPS Foam | ฉนวน PU Foam |
ประสิทธิภาพกันความร้อน | ดี (เพียงพอสำหรับอาคารทั่วไป) | ดีเยี่ยม (เหมาะสมกับโรงงาน/ห้องเย็น) |
ความแข็งแรงและน้ำหนัก | เบามาก (เน้นลดภาระโครงสร้าง) | แข็งแรงสูง (ช่วยเสริมแกร่งให้หลังคาและผนัง) |
การป้องกันเสียงรบกวน | ปานกลาง | ดีเยี่ยม |
รูปแบบการติดตั้ง | แผ่นสำเร็จรูป, บล็อกตัดแต่งตามขนาด | แผ่นสำเร็จรูป (Sandwich Panel), พ่นทับหน้างาน |
จะเห็นได้ว่า การเลือกใช้วัสดุไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าวัสดุใดดีกว่ากันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) และข้อกำหนดเฉพาะของแต่ละโปรเจกต์นั่นเอง
หากใช้วัสดุกันความร้อนไม่ตรงกับประเภทงาน จะเกิดอะไรขึ้น?
การเลือกฉนวนกันความร้อนโดยพิจารณาจากราคาเพียงอย่างเดียว หรือไม่ได้คำนึงถึงลักษณะการใช้งานจริงของอาคาร อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่และส่งผลเสียต่อโครงการในระยะยาว ดังนี้
สิ้นเปลืองพลังงานและค่าไฟพุ่งสูง: หากนำ EPS Foam ไปใช้ในงานที่ต้องควบคุมอุณหภูมิติดลบอย่างห้องเย็น เครื่องทำความเย็นจะต้องทำงานหนักตลอดเวลาเนื่องจากประสิทธิภาพการกันความร้อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ค่าไฟเพิ่มขึ้นและเครื่องจักรเสื่อมสภาพเร็ว
โครงสร้างแบกรับน้ำหนักเกินจำเป็น: หากเลือกใช้ระบบฉนวนที่มีความหนาแน่นสูงเกินความจำเป็นกับงานต่อเติม หรืออาคารที่ฐานรากไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักมาก อาจส่งผลให้โครงสร้างเกิดการทรุดตัวหรือแตกร้าวได้
ความเสียหายจากความชื้นและการรั่วซึม: ในอุตสาหกรรมที่มีความชื้นสูง หากเลือกใช้ฉนวนที่เกาะตัวไม่แน่นพอ อาจเกิดการสะสมของหยดน้ำใต้หลังคา ก่อให้เกิดเชื้อรา และสร้างความเสียหายต่อสินค้าหรือเครื่องจักรภายในอาคาร
งบประมาณบานปลายจากการแก้ไขหน้างาน: การรื้อถอนฉนวนที่ติดตั้งไปแล้วเพื่อเปลี่ยนวัสดุใหม่ในภายหลัง เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราว (Downtime) และทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
เทคนิคเลือกฉนวนกันความร้อนแบบไหน ให้ตรงโจทย์กับงานก่อสร้าง

การเลือกฉนวนกันความร้อนให้ถูกประเภท ไม่เพียงช่วยให้อาคารได้มาตรฐานและประหยัดพลังงาน แต่ยังช่วยคุมงบประมาณก่อสร้างไม่ให้บานปลายได้อีกด้วย แนวทางการเลือกใช้งานมีดังนี้
ควรเลือกใช้ EPS Foam เมื่อไหร่?
งานอาคารพาณิชย์และโกดังทั่วไป: เหมาะกับโครงการที่ต้องการกันความร้อนจากแสงแดดปกติ และไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิภายในให้เย็นจัด
งานที่ต้องควบคุมน้ำหนักโครงสร้าง: เช่น งานต่อเติม หรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องการรับน้ำหนัก แผ่น EPS Foam จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการลดภาระโครงสร้าง (Dead Load) ได้ดีที่สุด
งานที่เน้นควบคุมงบประมาณ: เช่น อาคารชั่วคราว งานนิทรรศการ หรือพื้นที่ที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบบ่อยๆ เพราะมีราคาคุ้มค่า ดัดแปลงง่าย และใช้งานได้คล่องตัว
ควรเลือกใช้ PU Foam เมื่อไหร่?
โรงงานและคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ: ตอบโจทย์ห้องเย็นที่ต้องการรักษาอุณหภูมิติดลบ หรือโรงงานที่ต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้คงที่ตลอดเวลา เช่น โรงงานยาหรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
อาคารที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ: เนื่องจากแผ่นเหล็กหลังคาหรือผนัง PU Sandwich Panel มีความหนาแน่นสูง ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ตัวอาคาร และสามารถลดปริมาณการใช้โครงสร้างเหล็กลงได้
งานซ่อมแซมปรับปรุงหลังคาโรงงานเก่า (Renovation): การใช้แบบพ่นหน้างาน (Spray PU Foam) ทับหลังคาเดิม จะช่วยทั้งกันความร้อน ลดเสียงฝนตก และอุดปัญหารอยรั่วซึมได้จบในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องรื้อหลังคาใหม่หรือหยุดสายการผลิต
สำหรับใครที่สนใจสั่งซื้อหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ที่แสงไทย เรามีจำหน่ายฉนวนกันความร้อนทั้ง EPS Foam และ PU Foam สำหรับ รับติดตั้งหลังคาเมทัลชีท อย่างครบวงจร
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการคำปรึกษาเพื่อเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับโครงการมากที่สุด สามารถทักแชตติดต่อแสงไทยได้ทันที เรายินดีให้คำแนะนำและบริการอย่างเต็มรูปแบบ
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับฉนวนกันร้อน EPS Foam และ PU Foam
Q: โฟมทั้งสองประเภทเป็นวัสดุลามไฟหรือไม่?
A: โฟมที่ใช้ในงานก่อสร้างปัจจุบัน ทั้ง EPS Foam และแผ่นเมทัลชีท PU Foam จะมีการผสมสารหน่วงการลามไฟ (F-Grade หรือ Fire Retardant) ไว้ตั้งแต่กระบวนการผลิต ทำให้วัสดุมีคุณสมบัติไม่ลามไฟ และสามารถดับไฟได้เองเมื่อเอาแหล่งกำเนิดไฟออก จึงมั่นใจได้ว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร
Q: อายุการใช้งานของฉนวนโฟมทั้งสองแบบ ยาวนานแค่ไหน?
A: หากติดตั้งอย่างถูกวิธีและไม่โดนแสงแดด (รังสี UV) โดยตรง วัสดุทั้งสองประเภทจะมีอายุการใช้งานยาวนาน 10-20 ปีขึ้นไป หรือเทียบเท่าอายุของตัวอาคาร
ส่วนกรณีที่เลือกใช้ PU Foam แบบพ่นหน้างานภายนอก จำเป็นต้องพ่นสีเคลือบ (Coating) เพื่อป้องกันรังสี UV ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของโฟมได้ยาวนานยิ่งขึ้น
Q: โรงงานที่มีปัญหาความร้อนสะสมและหลังคาเดิมมีรอยรั่ว ควรเลือกใช้แบบไหน?
A: แนะนำให้ใช้ PU Foam แบบพ่นหน้างาน (Spray PU Foam) เพราะเนื้อโฟมจะขยายตัวอุดรอยรั่วซึมบนหลังคาเมทัลชีทหรือสังกะสีได้อย่างแนบสนิทไร้รอยต่อ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนไปในตัว ช่วยแก้ทั้งปัญหาความร้อนและรอยรั่วได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการรื้อหลังคาใหม่
สรุป
ในงานก่อสร้างอุตสาหกรรม ไม่มีวัสดุใดที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในทุกสถานการณ์ การตัดสินใจเลือกระหว่าง EPS Foam และ PU Foam จึงควรพิจารณาจากข้อกำหนดของแต่ละโครงการเป็นหลัก
ทีม EPS Foam: ตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่า คล่องตัวในการทำงาน และช่วยแก้ปัญหาการลดภาระน้ำหนักโครงสร้างได้อย่างตรงจุด
ทีม PU Foam: เน้นประสิทธิภาพการกันความร้อนระดับสูง ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับตัวอาคาร
ดังนั้น การประเมินความต้องการของโครงการ งบประมาณ และการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจสั่งซื้อวัสดุ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้อาคารได้รับฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสม คุ้มค่าต่อการลงทุน และส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว
หากคุณอ่านคอนเทนต์ “EPS Foam VS PU Foam ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนให้ตรงโจทย์” แล้วรู้สึกชอบคอนเทนต์ของเราอย่าลืมกดติดตามคอนเทนต์ของเราดี ๆ ได้ที่
Facebook : Sangthai Metalsheet
สุดท้าย หากคุณกำลังมองหาแผ่นเมทัลชีทเพื่อต่อเติมบ้าน หรือ พัฒนาโปรเจกต์ต่าง ๆ
ติดต่อหาแสงไทยเมทัลชีท ได้ง่าย ๆ ตามช่องทางดังต่อไปนี้
LINE: @sangthaigroup
Call Center: 02-0249297
Website แสงไทยเมทัลชีท: https://www.sangthaimetalsheet.com
ดูสินค้าเมทัลชีท (Metalsheet) ทั้งหมด : https://www.sangthaimetalsheet.com/product







ความคิดเห็น